۞นกน้อยในกรงทอง intro ۞
Author : jpop4ever
Actors : JIN x KAME
หมายเหตุ นี่เป็นฟิคที่แต่งขึ้นเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว ชื่อสถานที่ จึงเป็นเรื่องที่สมมติขึ้นทั้งสิ้น แต่เหตุการณ์ทั้งหมด แพงอยากให้มัน เกิดขึ้นกับคู่ลัทธิจังเลย >x<
.
.
.
.
เสียงอึกทึกดังไปทั่วทุกแห่ง การต่อสู้แสนยาวนานหลายเดือนได้จบลง ด้วยชัยชนะของกรุงเฮอัน โดยผู้นำทัพคือ องค์รัชทายาท อาคานิชิ จิน...ผู้เลื่องชื่อถึงความโหดร้ายป่าเถื่อน
หลังจากมีการเปลี่ยนเจ้าเมืองครองกรุงเฮอัน ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น ก็ทำให้กรุงใกล้เคียงต้องการที่จะสู้รบเพื่อครอบครอง...และหนึ่งในนั้นก็คือกรุงเฮอัน
ฮึกๆ เราขอโทษ...ขอโทษ ท่านอำมาตย์...ที่เราทำอะไรไม่ได้ เราไม่เหมาะจะเป็นเจ้าครองเมืองชินจิจริงๆ เรามันอ่อนแอ...ร่างบอบบางนั่งสะอึกสะอื้นอยู่ในท้องพระโรงเพียงคนเดียว ร่ำไห้ถึงความสูญเสียกำลังไพร่พล และเมือง ที่พ่อของตนเคยปกปักรักษามาตลอดชีวิตของท่าน จนเมื่อไม่นานท่านได้สิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหันเพราะโรคร้ายที่คอยรุมเร้ามานาน
ตาเรียวสวยสีอำพัน ลอดมองผ่านหน้าต่างลงไป เห็นถึงสภาพการเปลี่ยนแปลง จากเมืองที่แต่ก่อนเคยสงบสุข มาบัดนี้ต้องล่มสลายด้วยน้ำมือของผู้ที่โลภมาก อยากได้เฮอันไปเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตน...
ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ทั้งทหาร ผู้หญิงและเด็ก ต่างก็สู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย แต่ตัวเรา...กลับหลบอยู่ในวัง ช่างขลาดเขลานัก ร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะไปสู้รบกับกองทัพ ได้แต่คอยมองเอาใจช่วยอยู่ในนี้
พอเอ่ยปากจะไปสู้ด้วย ก็โดนอำมาตย์และทหารคนสนิทเอ่ยปากห้ามไว้ แล้วกรูกัน มือนึงจับดาบ อีกมือก็ถือโล่ออกไป...จนในท้องพระโรงเหลือแต่ตนผู้เดียว
เหมือนพระเจ้าลงโทษที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงทำให้เห็นแต่ผู้คนฝ่ายตน ล้มตายไปทีละคนสองคน ทำไมกัน...ทำไมจึงโหดร้ายถึงเพียงนี้
ยืนลูบผมดำขลับที่ยาวสยายถึงกลางหลังอันเป็นกิริยาที่บ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยตัดสั้นไปกว่าต้นคองามระหงเลย อาจจะเป็นเพราะคำสาปติดตัวหรือกะไร ที่เมื่อจะปลงผมให้สั้นเหมือนชายหนุ่มทั่วไป ไข้พิษร้ายก็จะรุมทำให้นอนทรมานไปหลายวัน
กึก...
คนตัวเล็กหันขวับไปที่ต้นเสียง แล้วก็ต้องประจักถึงร่างสูงใหญ่ กำยำของผู้บุกรุก ใบหน้าและเครื่องแต่งกายมีเลือดสาดกระเซ็น นัยน์ตาดุร้าย เหมือนเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะอยู่ตรงหน้า ทำให้คนที่ถูกจับจ้องสั่นคลอนโดยไม่รู้ตัว แขนขาขยับไม่ได้ไปชั่วขณะ
ข้ามารับตัวเจ้า...อดีตเจ้าเมืองชินจิ ที่ตอนนี้ล่มสลายด้วยน้ำมือข้า หึหึคิ้วเรียวขมวดมุ่น เมื่อผู้บุกรุกไม่ได้มาเพียงลำพัง กลับมีทหารอีกหลายคนที่ตามหลังมา
อาคานิชิ...ร่างบางเริ่มสอดส่ายหาทางหลบหนี แต่ความหวังนั้นเริ่มริบหรี่ เมื่ออยู่ๆ คนที่ยืนอยู่หน้าตน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วมายืนประชิดอยู่ข้างหลังร่างบาง
คิดหนีรึ?...ง่ายไปหน่อยไหม แต่ถึงเจ้าจะหนี ก็คงไปไม่พ้นประตูนี้หรอก...ท่านอดีตเจ้าเมือง คาเมนาชิ คาซึยะหลังจากใช้ดาบชี้ไปที่ประตูอันเป็นทางออกเพียงทางเดียว ที่ไม่โดนทหารจากกรุงเฮอันล้อมไว้ จินก็ก้มลงกระซิบด้วยเสียงแหบต่ำ ย้ำถึงฐานะของอีกฝ่าย
เอาหล่ะ ข้าขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน เจ้าจะได้ฟังข้อเสนอของข้า...อื้ม ตัวเจ้านี่หอมเหมือนเดิมจริงๆจินถือโอกาสสูดดมกลิ่นกายคนตรงหน้า พร้อมทั้งโอบกอดโดยไม่สะทกสะท้าน ถึงการขัดขืนของร่างในอ้อมกอด
ตอนนี้ข้าไม่ใช่อาคานิชิ คนที่เจ้าเคยรู้จักอีกแล้ว...คนนั้นมันตายไปตั้งแต่ตอนที่มีใครคนหนึ่งปฏิเสธรัก ที่มันคิดว่าเป็นสิ่งที่งดงาม มีค่าที่สุดในชีวิตแล้ว...หึ ข้าในตอนนี้เป็นรัชทายาทกรุงเฮอัน ไม่ใช่หนุ่มบ้ารักที่ไหนอีกแล้ว!ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่หัวใจของจินกลับเจ็บแปลบๆ ที่เลือกมาโจมตีเมืองนี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะมีคนๆนี้อยู่หรือ ไม่ใช่ว่าเพราะอยากจับเชลยผู้สูงศักดิ์นี่ไปลงโทษให้สาสมกับที่เคยปฏิเสธรักตน จนต้องกลายมาเป็นคนไร้หัวใจวันๆเอาแต่ระบายด้วยการฝึกฝนด้านการรบหรือ
ไม่ใช่นะอาคานิชิ...เราแค่คิดว่า รักระหว่างเพศเดียวกันมันไม่มีทางเป็นไปได้ ตอนนั้นพวกเราเป็นถึงว่าที่รัชทายาทด้วยกันทั้งคู่ มันไม่เหมาะสม...แถมเราสองคนก็ยังเด็ก....อ๊ะ!เจ็บนะ ฮึกกร่างบางพยายามอธิบายให้จินเข้าใจถึงตอนที่ตนเคยบอกปัดรัก แต่ยิ่งบอกเหมือนยิ่งเป็นการแก้ตัว จนจินทนไม่ไหวเอื้อมมือทั้งสองไปครอบครองบริเวณคอระหง จัดการบีบโดยแรง คาซึยะเริ่มหน้าแดง
ข้าไม่คิดว่าคำแก้ตัวของเจ้า จะทำให้ความตั้งใจของข้าในตอนนี้เปลี่ยนได้...เมื่อนัยน์ตาเรียวเล็กเริ่มมีน้ำตาคลอ จินก็คลายแรงบีบลง ปล่อยมือ แล้วร่างบางก็ลงไปนอนหอบหายใจพลางไอแค่กๆอยู่บนพื้นหินอ่อนสีขาว ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนานัก แต่คงไม่ใช่ในสายตาจินแน่
ต่อแต่นี้ไป เมืองเจ้าได้ตกเป็นของเฮอันแล้ว...และเจ้าจินก้มลงมองอย่างเหยียดยัน
ก็ต้องเป็นของข้าเช่นเดียวกัน...คาซึยะ คนที่ข้าเคยรัก จงรอรับการทรมานจากข้าได้เลย
น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้...อะไรกัน ทั้งที่ตนก็เคยรัก แต่เพราะฐานะ หน้าที่มันค้ำคอ จึงต้องปฏิเสธไปเช่นนั้นในตอนนั้น ไม่คิดว่าความรักในวัยเด็กของจิน จะมากมายและได้เปลี่ยนเป็นความแค้นมาจนถึงบัดนี้...
......................................................................................................
คาซึยะ ข้ามาแล้ว ออกมาเล่นกันเถอะเด็กผู้ชายร่างท้วม อายุย่างเข้าสิบหกปี ยืนแอบๆ อยู่ตรงหน้าประตู พระตำหนักเล็กอันเป็นที่ประทับของว่าที่องค์รัชทายาทคนต่อไปของกรุงชินจิ มือขาวอวบๆ กวักเรียกเจ้าของชื่อให้มาเล่นด้วยกัน
จินนนน เราคิดถึงจังเลยใบหน้ารูปไข่งดงาม โผล่ออกมาตรงช่องประตูที่ถูกเปิดแง้มๆเอาไว้ แล้วคลานๆลงไปยืนในระดับเดียวกับจิน พลางเอื้อมมือกอดให้สมกับคำว่าคิดถึง เด็กร่างท้วมจึงได้ที ถือโอกาสสูดดมความหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กจากร่างบาง
เอ๊ะ...นี่จินหนีท่านน้ามาอีกแล้วเหรอคาซึยะผละออกมา แล้วยืนเท้าสะเอว เบะปาก
อื้ม ก็ข้าอยากเจอคาซึยะหนิ ทำไมจะมาไม่ได้ เมืองเราก็ใกล้กันแค่เนี๊ยเอง แถมตอนนี้ข้าขี่ม้าเป็นแล้วด้วย จะยากอะไรคนพูดทำท่ากอดอก เหมือนภูมิใจ
นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสอบสวนข้านะ ไปเล่นกันเถอะ คาซึยะ วันนี้ข้ามีอะไรจะบอกเจ้าด้วย ไปๆร่างบางแอบอมยิ้มเขิลๆ เมื่อข้อมือเล็ก ถูกมืออวบๆกอบกุม พาไปยังม้าสีดำสง่า ที่ยืนเล็มหญ้าอยู่ โดยมีทหารยามเฝ้ามองไม่ห่าง
คุณหนูจะไปไหนกันขอรับ?
ไปทะเลสาบไคชิหน่ะ เดี๋ยวเย็นๆข้าจะพาคาซึยะมาส่งเอง ไม่ต้องตามมาด้วย
.
.
คาซึยะที่นั่งอยู่บนหลังม้ากับจิน หันไปมองข้างหลังแล้วก็ส่ายหัว นี่ขนาดบอกไม่ให้ตามนะ ยังต้องมีขบวนพลม้าองครักษ์อีกสิบนาย แล้วร่างบางก็เหลือบสายตาไปสบกับใบหน้าของอีกคนข้างหลังตน จินคงเริ่มจะโตเป็นหนุ่มแล้ว ถึงมีไรหนวดขึ้น แล้วดูข้าซิ...เกิดมาเป็นผู้ชายแท้ๆ กลับไม่มีส่วนไหน บ่งบอกได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพศชาย...
ยิ่งจ้องสำรวจโครงหน้าคมนานๆ ใบหน้าคาซึยะก็ซับสีเลือดขึ้นมาเฉยๆ จึงเลือกที่จะก้มหน้างุดๆ เอนพิงอกของจินแทน
คาซึยะ ทะเลสาบไคชิหน่ะ ข้าได้ยินมาว่าข้างๆ มีทุ่งดอกไม้ขึ้นอยู่ด้วยหลังจากฤดูหนาวเดือนที่แล้ว ข้าอยากพาเจ้าไปดูด้วยกัน เจ้าน่าจะชอบจินก้มลงมายิ้มให้กับร่างที่อิงแอบอยู่กับอกตน
ถ้าจินเห็นว่าสวย เราก็ว่าสวยแหละ คิคิคาซึยะลูบใบหน้าตนเอง...วันนี้เป็นอะไร ทำไมหน้าแดงบ่อยจริงๆเลย
ไม่นานก็มาถึงทะเลสาบไคชิ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่กั้นพรมแดนระหว่างกรุงเฮอันกับชินจิ ผืนน้ำกระเพื่อมเป็นระรอกๆ เมื่อมีลมแรงๆพัดผ่าน จินลงจากหลังม้า แล้วจึงอุ้มร่างเบาหวิวของคาซึยะลงมายืนคู่กัน สายตาทั้งคู่จ้องไปที่ทะเลสาบตรงหน้า
รู้งี้ เราเอาชุดมาผลัดเปลี่ยนด้วยดีกว่า น้ำน่าเล่นจังแต่อยู่ๆมือเล็กก็ถูกดึงให้ไปตามแรง พาไปทุ่งดอกไม้ข้างๆทะเลสาบไคชิ
เจ้าก็รู้ว่าตัวเองสุขภาพไม่แข็งแรง แล้วยังจะเล่นอีก ถ้าเจ้าไม่สบายขึ้นมา รับรอง คราวนี้เราสองคนอดออกมาอีกแน่ๆร่างบางยู่ปากไม่พอใจ ทึ้งตาใส่จิน เดินเลี่ยงไปดูดอกไม้ ทำเหมือนกับว่ามันน่าสนใจนักหนา
สวยใช่ไหม แต่ข้าว่า...ดอกไม้พวกนี้ งามสู้เจ้าไม่ได้ซักดอกเลย คาซึยะ
.
.
.
มีแต่ความเงียบเข้าครอบครอง หูได้ยินแค่เสียงลมหวิวๆ และเสียงม้า ของพวกองครักษ์ที่เฝ้าคุ้มครองอยู่ไม่ห่าง
คาซึยะ...
...............
คาซึยะ...ข้ารักเจ้าร่างบางพอได้ยินดังนั้น ก็หันขวับมาหา พลางส่งสายเป็นเชิงไม่เข้าใจ
ระ...เรา เอ่อ เราอยากจะบอกออกไปว่า ความรู้สึกในใจของตนก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้าบอกไปแล้ว สิ่งที่ตามมาหล่ะ
ว่าที่องค์รัชทายาททั้งสอง ต่างยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง
คนหนึ่งรอคำตอบ...ส่วนอีกคนหนึ่งกำลังขบคิดหาคำตอบ และนาทีต่อมา จินก็ก้มหน้าลงพื้นดิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้น มองคาซึยะด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
ข้าเข้าใจละ เจ้าไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้นปลายเสียงสั่น พยายามที่จะทำตัวเข้มแข็ง สาวเท้าเดินกลับไปที่ม้าของตน
เดี๋ยวๆ รอเราด้วย จิน!
หยุดอยู่ตรงนั้น!!! คำตอบของเจ้า ข้าก็รู้อยู่...อ้อ ข้าขอโทษที่ไปส่งเจ้าไม่ได้ พอดีข้าพึ่งนึกขึ้นได้ ว่าต้องรีบกลับไปเรียน เจ้ากลับกับองครักษ์พวกนี้แล้วกัน...ลาก่อน ที่รักของข้าแล้วจินก็ควบม้าหายลับไป นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่คาซึยะได้เจอจิน
ฮึกก...จะให้เราทำยังไง จิน พวกเราต่างก็มีหน้าที่ๆต้องทำ ต่อไปภายภาคหน้า เจ้าก็ต้องแต่งงาน เพื่อหาทายาท...เราเองก็เช่นกัน ไม่มีวันหรอก ที่เจ้ากับเราจะได้ครองรักกันธารน้ำตาไหลรินอาบแก้มขาวนวล มองไปทางที่ร่างของจินจากไป
.
.
.
หลังจากจินลั่นคำที่แสนโหดร้ายนั่น ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่จินบอกจริงๆ คาซึยะถูกฉุดกระชากให้ลุกขึ้น เดินตามจินไปยังกองทัพม้าที่ร่างสูงใช้มาสู้รบแย่งชิงอาณาจักรชินจิ ร่างบางเดินก้มหน้ามาตลอดทาง ไม่กล้าเงยขึ้นมองสภาพบ้านเมืองของตน แต่เหมือนจินจะรู้ จึงหยุดเดินแล้วเชยคางมนขึ้น
ถึงขนาดไม่กล้ามองเลยเหรอ เมืองที่ล้มสลายด้วยน้ำมือเจ้าหน่ะ ท่านลุงจะเป็นเช่นไรนะ จะกริ้วรึเปล่าที่ลูกผู้อ่อนแอทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด ฮ่ะๆ...เพี๊ยะมือขาวฟาดผ่านใบหน้าหล่อเจ้าเสน่ห์ของคนที่พูดจะเย้ยหยัน จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมากเกินไปแล้ว จินคนเก่า เด็กร่างท้วมของคาซึยะนั่นหายไปไหน
ข้าเกลียดท่าน!เหมือนเวลาหยุดเดิน จินที่ไม่คิดอยากจะได้ยินถ้อยคำนี้ และไม่เคยคิดจะได้ยินจากปากรูปกระจับ คนพูดกระสับกระส่าย ตาไหวระริกอย่างหวาดกลัว พอสบกับดวงตาดำสนิทของจินที่แข็งกร้าวขึ้นมาเฉยๆ
ดี เกลียดให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน เพราะแต่นี้ไป ข้าคงให้เจ้าได้แค่ฐานะ..เชลยหางเสียงแผ่วหวิว รู้ตัวแล้วว่ารักมาก มากจนไม่สามารถตัดใจได้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เมื่อมาได้ยินคำว่าเกลียด ของคนที่ตนรัก
เชลยเหรอ...ใครกันแน่ ที่จะตกเป็นเชลย หึ แต่ก็ดี ยิ่งเจ้าเกลียดข้า ข้าก็จะทรมานเจ้าให้ถึงที่สุด ให้สมกับที่ข้าเคยเจ็บกับความรักของข้าที่มีให้เจ้า...ตลอดมา
สองหัวใจ...ที่ผูกพัน
สองหัวใจ...ที่ยังคงมีเยื่อใยแห่งความรัก
สองหัวใจ...ที่แตกสลายเพราะคำๆเดียว
หนึ่งหัวใจ...ที่เต็มไปด้วยคำว่ารักสุดหัวใจ
และ...
หนึ่งหัวใจ...ที่เต็มไปด้วยคำว่าเกลียดสุดหัวใจ
TO BE CON
ไม่รู้จะสงสารใครดี