2007/Dec/18

 

 

 

 

 เนื้อหาภายใน เป็นนิยาย BL

 

ถ้าผู้ใดไม่ประสงค์จะอ่าน ปุ่มบนขวาก็มีให้กดนะคะ 

 

 

 

۞AT NIGHT۞

 Main : JIN x ME x YAMAP 

Author : แพงจัง@PLANKTON’s WORLD 

Note : 3P เรื่องแรกได้อิ๊กก >”<        

 กลับก่อนนะครับทุกคนร่างบอบบางในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์โทรมๆใส่หมวกมิดชิด ยืนตรงก้มหัวให้กับทุกคน ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังประตูทางออกของโรงถ่ายละคร ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่รู้ว่า นี่คือดาราหนุ่มหน้าสวยคนใหม่ของวงการบันเทิง...คาเมนาชิ คาซึยะ ผู้ที่ซึ่งได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมจากละครเรื่องก่อนที่เขาได้รับบทเด่นมาเมื่อไม่นาน 

 

คาเมนาชิคุงๆ อย่าลืมช่อดอกไม้ที่ฝากไว้สิ...แหมแฟนคลับให้ทั้งทีน้า~”ผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นผู้ช่วยในกองถ่าย ยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวให้คาซึยะที่รับมันมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะยิ้มให้หนึ่งที 

 

ขอบคุณครับ หว้า...วันนี้ผมลืมมันได้ไงเนี๊ย ฮ่ะๆ นั่นสิ ถ้าพี่เป็นแฟนคลับคนนั้น คงเสียใจแย่เลย อุส่าจ้างคนให้ส่งมาที่กองถ่ายทุกวันแบบนี้พูดไปก็ทำท่าเพ้อฝันไป จนคาซึยะอดที่จะยิ้มไม่ได้ 

 

แต่จนถึงตอนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของมัน...แต่ช่างเหอะ ผมสงสัยจนเลิกสงสัยไปละ...เอ่อ งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะฮะคาซึยะโค้งให้นิดนึง ก่อนจะหมุนตัวเดินต่อไป พลางเหลือบมองช่อดอกลิลลี่ในอ้อมแขนไปด้วย    

 

...วันนี้ช่อใหญ่ซะด้วย...ถ้าจะแพงน่าดู...เจ้าของแกเป็นใครกันนะ เจ้าดอกลิลลี่...     

 

 

 

 

 

...กึก...กึก... เอ๋...?อยู่ๆร่างบางก็ได้ยินเหมือนเสียงมีคนเดินตามหลัง แต่พอหันไปดูกลับเห็นแต่ทางเดินว่างเปล่า 

 

อะไรเนี๊ย...บรือส์ รีบกลับบ้านดีกว่าคาซึยะรีบสาวเท้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนมาถึงที่จอดรถของตัวเอง แต่ในความรู้สึก ก็ยังเหมือนมีคนเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆอยู่นั่นเอง...     

 

 นี่นาย... 

 

หืม?...เอ๊ะ!...เฮ้ยอะไรเนี๊ย....ปล่ะ ปล่อยนะ........อื่อๆ......อื่ออ  ในขณะที่กำลังจะล้วงกุญแจรถมาไขนั้น ก็มีบุคคลนิรนามเข้ามาทัก และใช้ยาสลบโปะหน้าคาซึยะอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ด้วยสติในตอนนี้ทำให้ดาราหนุ่มไม่อาจขัดขืนต่อสู้ได้ จึงล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นแทบเท้าบุคคลนิรนามนั้น... 

 

ฮัลโหล...จิน ชั้นได้ตัวคาซึยะมาแล้ว ไว้เจอกันที่ห้องนะเว่ย แค่นี้หล่ะบุคคลนิรนามวางสาย และตวัดร่างของคาซึยะไว้ในอ้อมกอด โดยไม่ลืมที่จะเก็บข้าวของๆคาซึยะและรวมไปถึงช่อดอกไม้ด้วย ก่อนจะอุ้มขึ้นรถสปอร์ตของตัวเองขับออกไป      

 

ณ โรงแรมยามานิชิ   

 

รถสปอร์ตของชายนิรนามขับเข้ามาจอดยังหน้าโรงแรม ซึ่งมีชายที่แต่งตัวดูภูมิฐานคนหนึ่งยืนอยู่ ด้วยรูปร่างภายนอก และอากัปกิริยาของพนักงานต้อนรับในโรงแรม ทำให้รู้ว่าคนๆนี้คงไม่ใช่แค่ลูกค้าที่มาพักแน่ๆ แต่เป็นถึงเจ้าของโรมแรมแห่งนี้...อาคานิชิ จิน และยามาชิตะ โทโมฮิสะ 

 

อ่าว นึกว่าแกจะรออยู่ที่ห้องซะอีกยามะพีเปิดประตูรถและเดินอ้อมฝั่งมาหาจินพลางทักทาย 

 

หึ เกรงใจหว่ะ และก็...ตื่นเต้นอยากเห็น...ของ...เร็วๆจินยกมือขึ้นลูบปาก สายตาก็จับจ้องไปที่ร่างบางที่ตอนนี้นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเบาะในรถ 

 

อ่า...งั้นแกก็ถือ ของ ขึ้นไปละกัน เดี๋ยวแกจะหาว่าชั้นไม่แบ่งพูดแล้วก็เปิดประตูรถ เอื้อมไปหยิบของทางด้านหลังและกลับออกมาส่งกุญแจให้พนักงานดูแลรถประจำตัวไป ก่อนจะเดินไปรอจินที่ลิฟท์ ส่วนทางด้านจิน ก็เดินเข้าไปอุ้มคาซึยะออกมาจากรถ ไม่วายที่จะแอบหอมแก้มนวลหนึ่งทีแรงๆ พลางเดินไปยังลิฟท์ส่วนตัวของทั้งสอง ที่ใช้ขึ้นไปยังที่พักชั้นบนสุด 

 

กลิ่นหอมดีหว่ะ นิ่มด้วย แกจะลองไหม ยามะพี? พอเข้ามาในลิฟท์จินก็พูดขึ้น และหมุนตัวยื่นใบหน้าสวยของคาซึยะไปให้กับยามะพี  

 

ใจเย็นๆเดะวะ ไว้รวบยอดทีเดียวเลยมึงยามะพียิ้มอย่างมีเล่ห์นัย ก็นะ...พวกเขาสองคนรอเวลาแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เห็นคาซึยะในงานรับรางวัลที่จัดขึ้นที่โรงแรม เขาทั้งสองที่มีสายเลือดโฮโมก็ต่างเห็นตรงกันว่า ต้องการเป็นเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งนี้ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม... 

 

โดยวิธีแรกที่จินคิด คือส่งดอกไม้ไปให้ที่กองถ่ายทุกวัน จนคาซึยะตายใจและอยากรู้จักเจ้าของ หลังจากนั้นก็ค่อยทำความรู้จักกันไป...

 

แต่อย่างที่เห็น คาซึยะก็แค่รับช่อดอกไม้สวยๆมาชื่นชม แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ ไม่ได้ทำเหมือนติดใจอะไร จนยามะพีทนไม่ไหว จึงลงทุนขับรถไปที่กองถ่ายละครด้วยตัวเอง พลางหาโอกาสที่จะเอาตัวคาซึยะมาให้ได้...

 

และก็ทำได้สำเร็จ ภายในระยะเวลาสั้นๆ  

 

ลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยามะพีก้าวเท้าออกไปก่อนจะตามด้วยจินที่สายตาก็ยังจดจ้องแค่ร่างบอบบางในอ้อมแขน ยามะพีล้วงเอาคีย์การ์ดมาเปิดประตูห้องเข้าไป ยืนรอจนจินเดินผ่านประตูเข้าไปก่อนจึงปิดประตูตามหลังอย่างเงียบเชียบ... 

 

จินวางคาซึยะลงบนเตียงในห้องนอนอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงขึ้นมาดูเรือนร่างดาราหนุ่มหน้าสวยให้เต็มตา 

 

ถอดเลยดีไหมวะ?จินยื่นหน้ามาถามความเห็นจากเพื่อนรักที่กำลังรินเหล้าใส่แก้วสองใบอยู่หลังเค้าท์เตอร์ 

 

จะรออะไรอีกวะ ไอ้บ้า เออใช่...พอถอดเสร็จก็เอาเสื้อผ้าไปซ่อนด้วยหล่ะ เดี๋ยวหนีก็แย่เลยมึงยามะพีเดินถือแก้วเหล้าเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะยื่นส่งให้จินรับมาจิบแก้วหนึ่ง

 โด๊ปก่อนเว่ย มันส์แน่ๆทั้งสองหลิ่วตาให้กัน 

 

มื่อจินกระดกหมดแล้ว ก็วางแก้วลงข้างเตียงอย่างใจเย็น พลางก้าวขึ้นเตียงไปคร่อมทับคาซึยะ ก่อนจะค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิตตัวเก่งของเจ้าตัวออกที่ละเม็ดๆ เผยให้เห็นร่องอกราบเรียบขาวสะอาด ลงมาอีกหน่อยก็...ปทุมถันสีชมพูเข้มน่ากัดให้ขาด สายตาหื่นของจินไล้ลงมาถึงเข็มขัดวาววับ ไว้เท่าความคิด จินจัดการปลดสิ่งไม่พึงประสงค์ที่จะอยู่บนร่างกายของคาซึยะออก ก่อนจะค่อยๆรูดกางเกงยีนส์ลงมาเผยให้เห็นต้นขาขาว หัวเข่า และเรียวขาที่มีขนขึ้นเล็กๆประปราย 

 

 แม่ง สวยชิบหายเลย...จินสูดหายใจเข้าปอดหนึ่งที ก่อนจะทำการดึงกางเกงใน ส่วนปกปิดส่วนสุดท้ายลงมา...สะโพกเล็ก...ขนอ่อนที่ขึ้นรอบๆส่วนอ่อนไหว...ต้นขาด้านใน...และส่วนสุดท้าย ช่องเร้นลับที่จะรับเอาแก่นกายของทั้งเขาและยามะพีเข้าไปพร้อมกัน... 

 

โอ้โห...สีสวยดีหว่ะยามะพีขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับที่ร่างท่อนบนเปลือยเปล่า ในมือ ถือเนกไทด์สีดำสองเส้นไว้ด้วย  

 

จะมัดเหรอวะ?จินถามพลางกวาดเอาชุดของคาซึยะมาถือไว้ 

 

อื่อ...ขี้เกียดเล่นวิ่งไล่จับ มัดทั้งมือทั้งปากเลยดีกว่าพูดไปก็ทำอย่างที่ตัวเองว่าไปด้วย 

 

เออก็ดีเหมือนกัน งั้นชั้นเอาเสื้อไปเก็บก่อนนะเว่ย แกอยากลองเอาก่อนก็เชิญได้เลยตามสบายเพื่อน ชั้นกะจะอาบน้ำด้วยจินพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน ทิ้งให้ยามะพีมองของเล่นตรงหน้าอยู่คนเดียว 

 

อ่า...งั้นไม่เกรงใจละ หึหึ...ขอโทษนะจ๊ะ คนสวยยามะพีเริ่มลิ้มรสจากตุ่มไตเล็กๆสีน่ากินทั้งสองข้างจนเยิ้มไปด้วยน้ำลาย ก่อนจะใช้มือบดขยี้จนร่างของคาซึยะที่สลบไม่รู้เรื่องกระตุกเป็นพักๆ และเมื่อเล่นจนมันแข็งเป็นไตแล้ว...ยามะพีก็ไล้ลิ้นลากลงไปถึงท้องน้อย กดจูบทำรอยสองสามที่ ก่อนที่จะใช้ปากปลุกส่วนอ่อนไหวของร่างบางให้ตื่นขึ้น... เมื่อส่วนปลายเริ่มเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูปร่าง ยามะพีก็ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งแตะเหล้าในแก้วของตนที่เหลืออยู่ ก่อนจะใช้มันเบิกทางทางหลังของคาซึยะ

 

 อื้มม...มมม....อ๊ะ!...อื้ออออ ออ อื้อๆ ในจังหวะนั้นเองที่ทำให้คาซึยะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา รับรู้กับความเป็นไปของตัวเอง... 

 

อ่าวตื่นซะแล้วแฮ่ะนี่ไม่ใช่เสียงของยามะพี แต่เป็นเสียงของจินที่พึ่งออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว ยืนอยู่ปลายเตียง 

 

อื่อๆ...อืออ...ออคาซึยะขืนแรงสุดกำลัง พลางเตะขาขึ้นลง แต่มันก็ไม่ได้เป็นการขัดขวางการกระทำของยามะพีสักเท่าไหร่ แบบนี้ยิ่งเพิ่มรสชาติในการลิ้มลองเป็นเท่าตัว 

 

ดิ้นเข้าไปๆ ไม่รู้หรือว่าชั้นชอบ ฮ่ะๆยามะพีเพิ่มนิ้วสอดใส่เข้าไปอีกหนึ่ง และขยับรุนแรงมากทำให้ร่างบางรู้สึกเจ็บแปลบและเสียวซ่านในคราวเดียวกันจนต้องหยุดการขัดขืน และกลับมาหายใจรวยรินแทน คาซึยะหน้าแดง น้ำตาคลอเบ้า ปากก็กัดเนคไทด์ระบายความขมขื่นไปพลาง ส่วนจินตอนนี้ขึ้นมาอยู่บนเตียงกับอีกสองคนแล้วเรียบร้อย มือก็ช่วยทำหน้าที่ปลุกเร้าด้านหน้าให้ร่างบาง จนเริ่มมีน้ำปริ่มๆตรงส่วนปลายแล้ว... 

 

เอายังวะ?จินถาม

 แกรึชั้นก่อน?ยามะพีเงยหน้าขึ้นมาหา 

 

งั้นเชิญแกก่อน ชั้นให้เว่ย ฮ่าๆจินยิ้ม แล้วก็ลุกไปนั่งอยู่ที่โซฟาข้างเตียง นั่งดูเพื่อนรักเอากับของเล่นที่มีดีกรีเป็นถึงดารา 

 

อ๊ะ....อื้ออ ...อื่อๆ...อื้อออ 

 

เอาไว้ให้พวกเราได้เอานายก่อนนะ...แล้วจะปล่อยให้พูดได้ เด็กดี หึหึยามะพีปลดเครื่องพันธนาการตนเองอย่างช้าๆ ดูปฏิกิริยาของคาซึยะไปด้วย แอบหัวเราะชอบใจ เมื่อร่างบางตาโตตกใจเพราะเห็นแก่นกายแข็งขึงของเขาที่โผล่พ้นออกมาจากกางเกงในแล้ว... 

 

แขนแข็งแรงจับสะโพกเล็กให้ลอยสูงขึ้นเล็กน้อย แก่นกายใหญ่โตถูกยัดเยียดเข้าไปจนสุด คาซึยะส่งเสียงร้องครวญครางดังทั่วห้อง นัยน์ตาปรือปรอยไปด้วยหยาดน้ำตา    

 

อ๊ะ....อื่อ...อ๊ะ....อ๊ะ......อะยามะพีเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะเร็วบ้าง ช้าบ้างเพื่อให้ไปถึงจุดสุดยอดได้เร็วๆ    

 

 อ่า......รู้สึกดีจริงๆเลยเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น จินที่นั่งมองภาพตรงหน้าอยู่นานเริ่มทนไม่ไหว ขยับแก่นกายของตนเองให้เข้ากับจังหวะที่ยามะพีสอดใส่ในตัวร่างบางไปด้วย จนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะปลดปล่อยจึงหยุด และเดินขึ้นมาร่วมวงบนเตียงด้วยคน 

 

เฮ้ย ยามะพี แกพลิกไปอยู่ด้านล่างดิ๊ แล้วให้คาซึยะคร่อมทับแกไว้ เดี๋ยวชั้นขอเอาบ้าง แม่งไม่ไหวละจินลูบคลำแก่นกายที่แข็งตั้งชันเสมือนปลอบโยนมัน 

 

งั้นชั้นออกมาก่อนก็ได้... 

 

ไม่เป็นไรๆ เล่นสามคนตอนนี้ดีกว่า ได้อารมณ์ดีวุ่ยพอจบคำ ยามะพีก็พยักหน้าพลางยิ้ม ก่อนจะพลิกตัวคาซึยะ ขึ้นมาคร่อมไว้ด้านบน 

 

อ๊ะ!...ฮื่ออ....อื่อๆๆคาซึยะที่แม้จะไม่ยอมยังไงก็ต้องเล่นไปตามเกมที่ทั้งสองวางไว้จนจบ...ไม่สามารถทำอะไรได้ 

 

อ่ะ...อ๊ากกกกก...กกก ฮื่อๆ...ฮึกก จินยึดสะโพกคาซึยะไว้แน่น ก่อนจะทำการสอดใส่ของตนเองเข้ามาทางด้านหลัง จากในท่านี้ทำให้แก่นกายใหญ่โตทั้งของจินและยามะพี สอดใส่เข้ามาพร้อมกันในร่างของคาซึยะ จนดาราหนุ่มรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ช่องทางด้านหลัง เหมือนมันจะฉีกขาดจากกันแล้ว ริมฝีปากบางเม้นเข้าหากันแน่นจนซีดกัดระบายความเจ็บไปที่เนคไทด์ พลางหลับตาปี๋

 

 แกขยับนะเว่ยจิน ชั้นไม่ถนัดหว่ะ 

 

ได้ไงวะ ขยับพร้อมกันเลยมึง ชั้นอยากฟังเสียงทรมานของคาซึยะอีกซักหน่อย เสียงเพราะดีพอจบคำ น้ำตาจากดวงตาที่ปิดสนิท ก็ไหลลงมาตามทางน้ำตา พร้อมๆกับที่ทั้งยามะพีและจินเริ่มขยับแก่นกายของตนเองเสียดสีกันภายในช่องเร้นลับ...         

 

อ่า....... อ่า.........สุดยอด สักพักใหญ่ๆ เพื่อนโฮโมทั้งสองคนก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมกันในร่างคาซึยะ ที่บัดนี้นอนนัยน์ตาเหม่อลอยไปแล้ว และรู้สึกว่าส่วนแข็งขึงของร่างบางก็ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยเลยซักครั้ง...มันจึงยังคงตั้งสง่าอยู่แบบนั้น แต่ก็ไม่มีใครคิดจะช่วยทำให้มันสงบลง ด้วยสาเหตุที่ว่า...ดูแล้วเพลินตาดี... 

 

ยามะพีเลือกที่จะถอนแก่นกายออกไปก่อน และเดินตัวเปล่าออกไปเข้าห้องอาบน้ำ ระหว่างนี้จินจึงถือโอกาส เข้าครอบครองดาราหนุ่มน้อยคนเดียว  

 

 นี่...ชั้นอยากได้ยินเสียงนายชัดๆ อืม...งั้นแก้เนคไทด์ให้ดีกว่าจินเอื้อมมือไปแกะปมที่ยามะพีมัดไว้ที่หลังศีรษะคาซึยะออก และโยนมันส่งๆไปข้างเตียง ส่วนคาซึยะที่แม้จะถูกแก้ที่ปิดปากออกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีแรงพอที่จะร้องหรือเปล่งเสียงอะไรออกมา...     

 

อ๊ะ....อ๊า.....อ๊ะ...ฮึกก....อ๊ะ.....จินที่ตอนนี้ยังไม่ได้ถอนแก่นกายออกก็พยายามสอดใส่ และเร่งจังหวะให้ไปถึงจุดสุดยอดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ดูจะง่ายกว่าครั้งที่แล้วมากๆ ทั้งปากทาง ทั้งด้านในก็ไม่คับแคบ พอให้เอ็นเนื้อแข็งของเขาสอดใส่ได้พอดี พอได้จังหวะหน่อยก็มีการบีบรัดตัวของหูรูด เนื้อหยุนๆที่สัมผัสได้ทำให้เกิดอารมณ์ยิ่งขึ้นไปอีก  

 

อ่า....ฟู่~” จินจับโคนแก่นกายของตนเอง ก่อนจะถอนออกมา และมีน้ำคาวทั้งของใหม่ของเก่า ปนกันมั่วไหลออกมาด้วย จินมองไปที่ปากทางเข้า ซึ่งตอนนี้ขมิบตอดเป็นจังหวะการหายใจของร่างบาง และสายตาจินก็เหลือบไปเห็นส่วนแข็งขึงของร่างบางที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยซักครั้ง ทำท่าจะช่วย ถ้าไม่ติดที่ว่าเจ้าของร่างพลิกหันหลบไป และใช้ต้นขาหนีบปกปิดไว้... 

 

อะไร...ก็แค่จะช่วย... 

 

ไม่ต้อง...ขอบคุณ...แต่...แต่ถ้าอยากให้ช่วย งั้นก็ปล่อยผมกลับบ้านเถอะ ฮึกก...เสียงที่เปล่งออกมาสั่นและแหบเล็กน้อย คาซึยะรู้สึกว่าการเปล่งคำพูดออกมาแต่ละคำช่างยากเย็นนัก เมื่อเทียบกับการที่ท่องบทตามสคริปตอนแสดง 

 

ปล่อยนายเหรอ? ฝันไปเหอะ ของเล่นดีๆที่เข้ากันได้ และชั้นสองคนถูกใจ มันมีไม่กี่ชิ้นบนโลก ในเมื่อหาเจอแล้ว เรื่องอะไรจะปล่อยไปเล่า หืม...คาซึยะ ยามะพีที่อาบน้ำเสร็จและเห็นว่าในห้องเงียบผิดปกติจึงเดินเข้ามาดู ยืนพิงโซฟาข้างเตียงและมองคาซึยะไปด้วย 

 

พวกคุณเป็นใคร ผมก็ไม่รู้จัก แล้วยิ่งมาทำกับผมแบบนี้ ผมยิ่งไม่อยากอยู่หรอกนะ!”คาซึยะจิกเล็บเข้าหาฝ่ามือแน่น ก่อนพยายามใช้มือยันตัวเองขึ้นจากที่นอน และนั่งในท่าที่สามารถปกปิดส่วนน่าอายได้มากที่สุด 

 

หึหึ นายรู้จักพวกเราดีเลยแหละ...ก็ช่อดอกไม้นั่นไง ลิลลี่สีขาว...จินเป็นคนเอ่ยปากพูดออกมา คาซึยะที่ได้รู้ความจริงถึงกับอึ้ง จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก

 พะ...พวกคุณเอง 

 

ใช่แล้วคนสวย...จินทำท่าจะขยับเข้าไปใกล้คาซึยะ 

 

อย่ะ...อย่าเข้ามานะ พวกคุณมันวิปริต!!” 

 

โอ๊ะ โอ๋...แล้วอยากรู้ไหมจ๊ะ...ว่าไอ้ความวิปริตของพวกเราที่ว่าเนี๊ย มันลงที่ใคร หืม?ยามะพีชักเริ่มสนุก จึงคลานขึ้นเตียงมาอีกคนหนึ่ง ต้อนให้คาซึยะหนีไปอยู่ตรงหัวเตียง ตัวสั่น 

 

อย่า...อย่านะ อึก ขอร้อง...ไม่เอาแล้วๆ...ด่ะ ได้โปรด ฮื่อๆ ผมยอมทุกอย่างแล้ว อย่าทำนะ ฮึกกคาซึยะยกมือที่ยังโดนมัดอยู่ขึ้นบังหน้าตนเองไว้ 

 

แบบนี้ค่อยว่ากันง่ายหน่อย...เด็กดีๆ งั้นเดี๋ยวจะปล่อยให้กลับบ้านจินเอื้อมมือไปตบหัวคาซึยะสองสามที ก่อนจะหันไปหายามะพีและยักคิ้วใส่กัน 

 

เอาเป็นว่า...ต่อแต่นี้ไป นายเป็นของเล่นของพวกเรา และเมื่อพวกเราต้องการ นายก็ต้องหามา เข้าใจ?จินเชยคางมนของคาซึยะขึ้นให้มาสบตากัน

 คะ...ครับไว้ให้รอดจากที่นี่ ค่อยหาทางหนีก็ยังทัน...คาซึยะคิดในใจ 

 

อ้อ...แล้วอย่าคิดหนี หรือไม่รับโทรศัพท์หล่ะ เพราะพวกเรา...เหนือกว่าที่นายคิด จำเอาไว้ก็จะไม่ให้เหนือกว่าได้อย่างไรหล่ะ ในเมื่อมีเงิน ก็ใช้ซื้อข้อมูลส่วนตัวของนายได้หมดแล้ว หึหึ 

พอยามะพีบอกประโยคต่อมา แผนการที่คิดไว้คนเดียวในใจของร่างบางเป็นอันต้องพังทลาย...

 

 อื่มม...พวกเราก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว งั้นชั้นจะส่งนายกลับบ้าน ป่ะ ลุกขึ้นอาบน้ำจินจับแขน ช่วยพยุงคาซึยะให้ลุกขึ้นจากเตียงลงมายืนที่พื้นพรม แต่พอจะก้าวขา คราบน้ำคาวเหนียวๆก็ซึมออกมาจากหลืบของแก้มก้นด้านใน 

 

...อ๊ะ...... 

 

หวา ไหลย้อยออกมาเลย...สงสัยต้องทำความสะอาดกันอีกยาวเลย ฮ่ะๆ จิน ไปต่อที่ห้องน้ำกันดีกว่าหว่ะ

 

 หึหึ    

 

 

 

   :::END:::

 

 

 

-"- กลับมาปัดฝุ่นบล๊อกตัวเอง คิกก

 

เอาแบบว่า พออ่านได้ไปก่อนนะ เหนื่อย - -"

 

 

edit @ 18 Dec 2007 23:07:54 by แพงจัง

edit @ 18 Dec 2007 23:11:29 by แพงจัง

edit @ 18 Dec 2007 23:21:58 by แพงจัง

2007/Jul/14

เด่วๆ ก่อนจะไปอ่านฟิก มาดูเด็กในสังกัดแพงคนนี้ก่อน

ไปเจอตอนดูละครไต้หวันเรื่อง ISWAK I น่ารัก อิอิ

เด็กชายกวาเร้าใจได้อีก

ทำไมน่ารักงี้หว้า

เป็นพรหมลิขิตจริงๆ

หน้าแอบเหมือนอีคุโน๊ะ โว้วววว...

ไป ไปอ่านฟิกกันเดก่า ฮ่าๆ

ฟิกเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's Love

ถ้าผู้ใดไม่ประสงค์จะอ่าน ก็เชิญกดกากบาทสีแดงด้านบนได้เลย

____________________________

۞นกน้อยในกรงทอง 1 ۞

Author : Iswa-KIssJ*(แพงจัง)

Actors : JIN x KAME

Part 1

หลังจากที่ร่างบางเอ่ยคำว่า เกลียด ออกไป ก็ดูจะมีท่าทีสงบลง พยายามเดินก้มหน้าเดินตามหลังองค์รัชทายาทแห่งเมืองเฮอัน มาจนถึงม้าสีนิลคู่ใจของพระองค์ และตาเรียวก็สังเกตเห็นม้าสีขาวนวลอีกตัว ที่อยู่ข้างๆกัน ซึ่งปราศจากคนกุมบังเหียน

ม้าตัวนั้น ชื่อชิโร่ ต่อไปนี้มันจะเป็นม้าประจำกายเจ้า ข้ายกให้จินฉวยมือนุ่มให้เดินตามเข้าไปใกล้ม้าตัวดังกล่าว

แต่ข้า...คาซึยะอ้ำๆอึ้งๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยได้มีโอกาสฝึกขี่ม้ากับเค้าเลย แล้วจะเป็นได้อย่างไรกัน ร่างกายอ่อนแอแบบนี้ โดนลมนิดหน่อยก็ไข้จับแล้ว จึงไม่ค่อยมีใครสนับสนุนให้ทำอะไรที่หักโหม เกินกำลัง

อ้อ รู้แล้ว แม้แต่ตอนนี้ เจ้าก็ยังไม่มีปัญญาขี่ม้า หึ นี่หรือองค์รัชทายาท กรุงชินจิ น่าสมเพศซะไม่มีแม้จะต่อว่าคาซึยะไปแบบนั้น แต่จินกลับช้อนร่างบางไว้ในอ้อมอก ก่อนจะจับให้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าของตนเอง แล้วจึงขึ้นตามมานั่งซ้อนข้างหลัง ทิ้งให้ม้าสีขาวนั่น ต้องไร้คนบังคับไปโดยปริยาย

เจ้านี่ วันๆกินอะไรบ้างรึเปล่า ถึงผอมจนข้านึกว่าอุ้มแม่นาง เอวบางร่างน้อยออกมาจากหอนางโลม...คาซึยะหันหลังกลับมาหาจิน เพื่อที่จะตอบโต้ โดยไม่ได้คำนวณระยะห่าง ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่ จึงไปประกบเข้ากับปากของจินพอดิบพอดี ร่างสูงแม้จะตกใจ แต่ก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ลำแขนแกร่งจึงถือวิสาสะโอบกอด ลูบไล้คนตัวเล็กให้แนบชิดกันยิ่งขึ้น พลางมอบจุมพิตที่ร้อนแรงบนหลังม้าให้อีกฝ่าย เรียกเสียงร้องโห่ฮาจากทหารผู้ร่วมรบและที่นั่งบนหลังม้าได้มากโขอยู่

แฮ่กๆ...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้น่ะท่าน!คาซึยะพยายามใช้มือของตนดันอกล่ำให้ออกห่าง ถ้าไม่ติดว่าอยู่บนหลังม้า จะวิ่งหนีไปให้ไกลเชียว อับอายนัก ตำแหน่งก็สูง มาทำอะไรผิดทำนองครองธรรม ประเจิดประเจ้อ ให้ทหารร่วมร้อยคนเอาไปนินทาเล่นกันสนุกปาก

อะไรกัน...พอถูกลดตัวจนเป็นแค่เชลย นามที่เจ้าเคยเรียกข้าก็เปลี่ยนไปด้วยงั้นสิ? จินตวัดสายตาหยิ่งยโสมามองร่างบางในอ้อมกอด

ใช่! เพราะข้าเป็นคนเจียมตัว รู้ว่าตอนนี้ข้ามันต่ำต้อย เป็นแค่เชลยสำหรับท่าน และเชลยก็ไม่มีสิทธิเอ่ยชื่อผู้สูงศักดิ์ใบหน้างดงามหันกลับไปมองทางข้างหน้า เมื่อจินกระทุ้งท้องม้าให้วิ่งเหยาะๆไปตามทาง พร้อมทั้งขบวนพลจำนวนมากเริ่มเคลื่อนทัพออกจากตัวเมืองชินจิ

ต่อไปนี้ เจ้าจงเรียกข้าเหมือนที่เจ้าเคยเรียก และข้าก็จะเรียกเจ้าว่า แม่นางคาซึยะคนที่ถูกตั้งชื่อนามข้างหน้าให้ใหม่ หันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ แต่พอรู้ว่าไม่ได้คำตอบอะไรที่มากไปกว่านั้นจึงนั่งปิดปากเงียบ ขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว ปิดกั้นการรับรู้จากภายนอก จมอยู่ในห้วงความคิดของตน...

รู้ไหม...

ทำไมข้าถึงมาตีเมืองชินจิของเจ้า...

ทำไมข้าถึงเจาะจงไม่ฆ่าเจ้า ผู้มีสายเลือดขัตติยะ เพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่...

แต่กลับฆ่าทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงและเด็ก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระวงศ์ของเจ้า

ทำไมข้าจึงให้เจ้าได้เพียงแค่ฐานะเชลย...

เพราะถ้าทำแบบนี้ การที่จะได้เจ้ามาครอบครอง เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว มันง่ายซะยิ่งกว่าปอกกล้วยซ่ะอีก

ข้าเสียเวลามามากแล้ว ต่อไปนี้ข้าขอทวงเวลาของข้าคืนบ้างนะ แม่นางคาซึยะ เสี้ยนหนามต่างๆถูกกำจัดไปแล้ว ผืนหญ้ากว้างใหญ่ ไร้วัชพืช ใยข้าจะมัวนิ่งเฉยอยู่เล่า!

.
.
.
.

ขบวนม้าเคลื่อนตัวมาถึงที่ๆเคยเป็นทุ่งดอกไม้ อันเป็นสถานที่แห่งความขมขื่นของจิน ตาคมกล้ากวาดสายตามองทุ่งโล่งอย่างเหยียดๆ เมื่อวานก่อน เขาเป็นคนออกคำสั่งให้ทหารนำไฟมาเผาที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางลบความทรงจำแสนช้ำนั้นได้ แต่ก็อยากจะทำมัน เพื่อความสะใจ ตอกย้ำหัวใจบอบช้ำอย่างสาหัสว่า...คาซึยะไม่ได้มีใจให้แม้เพียงนิด...และตอนนี้ดูจะเกลียดกันแล้วด้วยซ้ำ

เอ่อ...จิน หยุดก่อนได้หรือไม่ ข้าชักเวียนหัวมือขาวยกขึ้นมานวดขมับ

ขอโทษด้วยที่ทำตามใจเจ้าไม่ได้ แม่นาง...เสียงราบเรียบดุจทะเลยามค่ำคืน เอ่ยออกมาเป็นคำตอบ ร่างบางมุ่ยหน้าลง

ใช่สิ...ข้ามันไม่ใช่คนที่อยู่ในตำแหน่งที่สั่ง หรือแม้แต่จะขอร้องใครได้อีกแล้ว ฮึกๆ จินคนเก่าหายไปไหน กลับมาเถอะ...ได้โปรด

ท่านพ่อ ท่านแม่ ต่อแต่นี้ไป ข้าไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ข้าอยู่ตัวคนเดียวบนโลกที่โหดร้าย ช่างเหน็บหนาวนัก ทำไม...ทำไม ข้าถึงไม่ตายตามท่านไปนะ ท่านพ่อ ท่านแม่ มารับข้าด้วยเถิด...ในเมื่อคนที่ข้ารัก ได้จากไปหมด แล้วข้าจะทนอยู่เดียวดายได้อย่างไรกัน

บ้านเมืองชินจิของเรา ต้องตกไปอยู่ในน้ำมือของพวกเฮอันจนหมดสิ้น เป็นเพราะข้าอีกนั้นแหละ...ข้า ข้ามันไม่ได้เรื่องอะไรซักอย่าง เคยถามตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าเกิดมาเพื่ออะไร รั้งแต่จะสร้างความเสื่อมเสียให้แก่เชื้อพระวงศ์...ท่านพ่อ อภัยให้ข้าคนนี้ด้วย ลูกมันอ่อนแอ ฮื่อๆ

น้ำตาไหลรินอาบแก้มใส จนร่วงเผลาะมาใส่มือจินที่ทำหน้าที่บังคับม้าและโอบประคองคาซึยะไปด้วยในตัว ชายหนุ่มรู้สึกถึงบรรยากาศเศร้าโศกของคนตัวเล็ก แต่ก็ตีหน้านิ่งเฉย พลางหันไปส่งสัญญาณให้กับทหารที่เดินนำทัพตามมา...

ทำไมจะไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างในอ้อมกอดกำลังนึกอะไร ต้องการอะไร ต้องขอบคุณท่านอาที่เลี้ยงคาซึยะมาแบบนี้ ไม่ว่าจะคิดอะไร ก็แสดงออกมาทางสีหน้าไปซะหมด

แม่นาง...ต่อจากนี้ข้าจะควบม้าแล้วนะ จับให้แน่นๆหล่ะ ตกไปข้าไม่ช่วยนะ บอกไว้ก่อนจะไม่ช่วยแน่เหรอจิน...หึ

เอ๋ แล้วขบวน...ม้าสีนิลกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น จนผมยาวดำเป็นมันขลับของคาซึยะ ขยับพลิ้วไหวไปตามลม

หุบปากได้แล้ว ไว้ให้ไปถึงวัง เจ้าอยากจะพูดอะไรก็เชิญ!จินพูดด้วยเสียงอันดัง อาจจะเพราะรำคาญ...หรือไม่ก็กลัวว่าระหว่างที่ม้าควบทะยานไปข้างหน้า ร่างบางที่มัวแต่อ้าปากพูด โดยไม่ได้ระวังนั้น จะได้รับบาดแผลในปาก จากแรงกระแทกของฝีเท้าม้า อาจทำให้ระหว่างที่พูด ลิ้นสีสดจะถูกฟันคมขบเข้าจนได้เลือดกัน...

....สิ้นเสียงทรงอำนาจ คาซึยะก็กลับไปทำตัวเงียบ นั่งก้มหน้าตามเดิม ระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกมาด้วยน้ำตา...จากนี้ น้ำตาคงเป็นเพียงสิ่งเดียว ที่เป็นเพื่อนคาซึยะได้

จินใจอ่อนยวบ เมื่อหลังมือยังสัมผัสถึงน้ำใสๆที่หยดลงมาไม่ขาด แต่จะให้แสดงท่าทีว่าเป็นห่วง เป็นใยเด็กหนุ่มตรงหน้าก็คงไม่ได้ ถ้าข้ายิ่งแสดงความใจดี มีเยื่อใยต่อเจ้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่เจ้าจะหนีจากข้า...ก็ย่อมมีมากเป็นทวีคูณ ไม่มีวันซะหล่ะ! 

ข้าตัดสินใจแล้ว การทรมานเจ้า เป็นสิ่งเดียวที่จะผูกมัดเราไว้ด้วยกัน ในเมื่อไม่สามารถอยู่ด้วยกันเพราะรักได้...ก็ต้องอยู่ด้วยกันเพราะความเกลียดชังนี่แหละ!

ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแค้นนักแค้นหนา...แต่ในใจบอบช้ำดวงนี้ หารู้ไม่ว่า กลับรักเจ้าไม่มีวันเสื่อมคลาย คาซึยะ ยอดดวงใจของข้า ของข้าคนเดียว

คำว่ารัก ข้าจะไม่เอ่ยออกมาให้เจ้าได้ยินมันอีก ถึงแม้ข้าอยากจะพร่ำบอกเจ้าทุกสามเวลาหลังอาหาร เพราะข้ารู้...รู้ว่า เมื่อบอกออกไป คำตอบเจ้าก็ไม่ใช่ ...คำที่ข้าอยากได้ยินมากที่สุด...

ชายหนุ่มควบม้าสีนิลจนในระดับสายตา สามารถเห็นกำแพงเมืองเฮอันอยู่ลิบๆแล้ว จินลอบยิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดก็ได้กลับมาบ้านซักที

ทหารยามเฝ้าประตูเมืองเมื่อเห็นม้าคู่ใจองค์รัชทายาท กำลังจะควบมาทางนี้ จึงรีบกุลีกุจอส่งสัญญาณให้ทหารอีกคนนำข่าวนี้ไปบอกแก่คนในวังหลวง เพื่อจัดการต้อนรับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติ

พอทั้งสองเข้ามาสู่ในเขตพระราชวังเป็นที่เรียบร้อย จินก็ลดฝีเท้าม้าลง ให้กลายเป็นวิ่งเหยาะๆ ซึ่งในระหว่างนี้ จินสังเกตเห็นสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมอง ร่างแบบบางในอ้อมอกกว้างของเขา คงจะมีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่ไม่หันเหลียวมองคาซึยะ ผู้ชายที่มีรูปร่างอรชร น่าทะนุถนอม วงหน้ารูปไข่จิ้มลิ้ม ผิวขาวสะอาดไร้มลทินใดๆ ผมยาวสลวยเกินชายแบบนี้ หลายคนคงคิดกันไปว่าท่านรัชทายาทจับหญิงสาวแห่งเมืองชินจิมาทำเมียแล้วกระมัง

จินยิ้มกริ่มที่เห็นทหารทุกคนทำหน้าสงสัยใคร่รู้ พลางตวัดสายบังเหียนให้ม้าหมุนกลับมายังพื้นที่ว่างตรงประตูหน้าพระราชวัง

ถ้าอยากรู้กันนักว่าคนๆนี้เป็นใคร ข้าก็จะประกาศให้รู้เดี๋ยวนี้หล่ะ!

อ๊ะ! จะทำอะไรข้า...อื้อ.....อื้อคางแหลมถูกมือจิน จับให้หันมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่ริมฝีปากแดงจัดจะถูกครอบครองลงอีกครั้งอย่างเร้าร้อนตามเดิม มือผู้รุกราน ไล้เปะปะไปทั่วร่างกายคาซึยะ จนสอดเข้ามาถึงต้นขากลมกลึงด้านใน นัยน์ตาเรียวเบิกโพล่ง พยายามขืนตัวอย่างสุดกำลังจนหลุดมาดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดอุ่นร้อนขององค์รัชทายาท

แหม...ก็ข้าอยากประกาศให้คนอื่นรู้หนิ ว่าแม่นางสุดสวยคนนี้เป็นของใคร...ฟอดแอบชิงหอมแก้มใสแดงระเรื่อ หลังพูดเสร็จ จนคาซึยะเบี่ยงหลบไม่ทัน ได้แต่เจ็บใจปนขัดเขิน กำมือแน่น

...ทำไมต้องทำขนาดนี้ ทำเหมือนข้าเป็นผู้หญิง ทั้งที่...ทั้งที่ข้าเป็นผู้ชาย...

จะย่ำยีกันไปถึงไหน...เห็นข้าไม่มีศักดิ์ศรีหรืออย่างไรกัน จิน

บางครั้งศักดิ์ศรีอันสูงส่งของเจ้า ก็กินไม่ได้หรอกนะ จำใส่หัวเจ้าไว้ แม่นางม้าเคลื่อนตัวอีกครั้งไปยังหน้าวังหลวง ที่บัดนี้มีคนมากมายมารอต้อนรับการกลับมาของจิน โดยเฉพาะท่านทักคิซาว่า ท่านพ่อของจิน

องค์รัชทายาทลงจากหลังม้าจากนั้นจึงอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมอกแกร่ง ไม่ยอมปล่อยให้ของรักของหวง ที่กว่าจะได้มาแสนยากลำบาก ห่างกายแม้เพียงนิด

ใช่ คนอย่างข้า ศักดิ์ศรีมันสูงจนท่านยังเอื้อมไม่ถึงเลยหล่ะ เพราะท่านมัน...อึ๊กกอยู่ๆ ริมฝีปากหนาก็ประกบลงมา โชว์ทุกคนที่มารอต้อนรับ จนอึ้งไปตามๆกัน จูบครั้งนี้นานจนคาซึยะรู้สึกหายใจไม่ออก มือทั้งสองข้างจึงออกแรงดันอกจินเป็นการเตือน

เอาหล่ะๆ เจ้าจิน...พอได้แล้ว วันนี้รู้สึกเจ้าจะมอบอาหารสายตาให้พวกเหล่าทหารมามากแล้วนะ...เอ่อ รวมทั้งพ่อด้วยทักกี้รู้ว่าถ้าไม่ห้ามลูกมันตอนนี้ เห็นทีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แถวนี้จะต้องกลายเป็นที่โชว์หนังสดซะแล้ว

โถ่ท่านพ่อ ข้าไม่เห็นว่ามันจะน่าอายตรงไหน ...อะไรคาซึยะ?พอจินถอนจูบมาตอบโต้กับผู้เป็นพ่อไปแบบนั้น คนในอ้อมอกกว้างจึงดึงทึ้งเสื้อท้วงจินอีกคน

ข้าไม่หน้าด้าน หน้าทนเหมือนจินนะ ไอ่คนหน้าไม่อายคาซึยะบ่นงึมงำคนเดียว แต่ระยะแค่นั้นก็เพียงพอต่อการรับรู้ของจิน

อ้อเหรอ...วันนี้เจ้ายั่วข้าหลายหนแล้ว รู้ตัวไหม หืมจินก้มหน้า เอาจมูกชนจมูกจิ้มลิ้มของร่างบาง ที่ทำท่าร้อนๆหนาวๆ

ท่านพ่อ เอาไว้วันพรุ่ง ข้าจะมารายงานเรื่องทั้งหมด แต่วันนี้ข้าขอไปลงโทษเชลยสุดสวยของข้าก่อน ลาหล่ะขอรับคำที่จินเอ่ยเล่นเอาคนฟังต้องนิ่งอึ้ง ได้แต่มองตามหลังกว่างใหญ่ของลูกชายไป ทางนั้นคงไม่พ้นตำหนักตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนของจินเป็นแน่

ข้าว่ามันแปลกๆอยู่นะ มีอย่างที่ไหน เอาเชลยจากเมืองขึ้น มาทำเมีย

แต่ถ้ากระหม่อมจำไม่ผิด นั่นมันองค์รัชทายาทของกรุงชินจินะ ขอรับ ท่านทักคิซาว่า

นี่ลูกข้าเป็นพวกรักร่วมเพศรึนี่...หืม สึบาสะทักกี้เข้ามาโอบกอดคนสนิท ที่ท่านเจ้าเมืองเฮอันใช้อำนาจที่มีแต่งตั้งให้เป็นราชเลขาส่วนพระองค์

แล้วท่านไม่ใช่หรือขอรับ?คนโดนสวมกอดถามเสียงแผ่วเบา ก่อนจะแกะมือปลิงนั่นออก

ไม่ใช่ซักหน่อย ข้าแค่เหงา หลังจาก แม่ของเจ้าจินไม่อยู่แล้ว...หัวใจข้าก็อ้างว้างตาคมกริบที่จินถอดแบบมานั้น กำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามอย่างเลื่อนลอย

งั้น...คืนนี้ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนจนถึงเช้าเลยก็ได้ รึท่านจะว่าอย่างไรดี

จริงรึ? ข้าดีใจจริงๆ ฮ่าๆ...เอ้า! พวกเจ้ามองอะไร ไม่เห็นคนจีบกันรึไง ไปๆ ไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าได้แล้วทักกี้ไล่ผู้ที่เป็นสักขีพยานความรักของพระองค์ ที่เกิดขึ้นมาอย่างลับๆภายในราชวัง แต่ระหว่างนั้นก็ยิ้มไม่หุบ ก็จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร ในเมื่อคืนนี้จะมีร่างนุ่มๆกรุ่นกลิ่นเนื้อชายหนุ่มนามว่าสึบาสะ นอนให้กอดทั้งคืน...

.
.
.
.

ปล่อยมือข้านะ!....ปล่อย...ปคนตัวเล็กสะบัดมือออกจากการเกาะกุมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็อย่างว่า แรงที่เหนือกว่าของจินย่อมเป็นต่อ กึ่งลากกึ่งจูงจนมาถึงตำหนักตะวันออก มือใหญ่ผลักประตูอย่างแรง พาตนและคาซึยะเข้าไปภายใน ก่อนจะกระแทกประตูปิดตามหลัง

โอ๊ยย~...ร่างบางถูกจินจับเหวี่ยงลงตรงกลางห้อง ก่อนจะตวัดหน้าขึ้นมาจ้องเจ้าของห้อง ชายกิโมโนตัวสวยเลิกขึ้นมาถึงขาอ่อน กลุ่มผมสลวยก็ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ช่างเป็นภาพที่ยั่วยวนนักในสายตาจิน

ข้ารอเวลานี้มาหลายปีแล้ว และจะไม่รออีกต่อไป!

หลังพูดจบ ร่างหนาก็เข้ามาทาบทับคนอ่อนแรงกว่าอย่างง่ายดาย แขนเรียวพยายามปกป้องสุดฤทธิ์ ดันแผ่นอกกว้างออก ส่วนขาที่ว่าง จัดการจะเตะผ่าหมาก...

ร้ายนักนะ!...ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำหรอก แม่นางคาซึยะองค์รัชทายาทจับข้อมือทั้งสองไปไว้บนหัว และใช้ขาแทรกไประหว่าง หว่างขากลมกลึง จินแกะผ้าคาดเอวของตนและคาซึยะออก แล้วแก้ผ้าร่างบางออกด้วยความไว ได้ยินแต่เสียงร้องห้ามของแม่นาง จินแก้จนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าก่อนจะจับรวบข้อมือบางข้างซ้ายมัดติดกับขาข้างซ้าย และข้อมือด้านขวา มัดติดกับขาขวาเช่นกัน เมื่ออยู่ในท่านี้ คาซึยะก็ไม่ต่างจากสัตว์เล็กๆ ที่ถูกจับมัดรอการเชือด...และกินเป็นอาหารรสโอชะ

ขาไม่สามารถหุบเพื่อปกปิดเรือนร่างที่ไม่เคยต้องแดดได้ จึงได้แต่แผ่ขยายออกกว้าง ให้จินใช้สายตาอันร้อนแรงโลมเลียตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าขาว

อ๊ะ...ย อย่า...สัมผัสอุ่นๆของมือหนาสอดเข้าไปด้านในของสะโพกมน แกล้งไล้ผ่านช่องเร้นลับ จนคาซึยะต้องขมิบตอดด้วยความเสียวซ่าน ส่วนไวสัมผัสก็เช่นกัน ถูกมือของจินกอบกุมไว้ ก่อนจะรูดขึ้น...รูดลง...รูดขึ้น...รูดลง อย่างเชื่องช้า ใบหน้าของคาซึยะแดงก่ำ ด้วยทั้งความอับอายและเสียวซ่านในสัมผัสแรกปนเปกันให้มั่วไปหมด น้ำตาที่ตอนแรกแห้งเหือดไปแล้ว กลับไหลซ้ำทางน้ำตาเดิม จะขัดขืนก็ไร้ประโยชน์ รั้งแต่จะเจ็บเปล่าๆ

โอ้ววว ดูนี่ซิแม่นาง ความน่าอับอายของเจ้ากำลังไหลออกมาเชียวนะ ร่านจริงๆ ไม่ทันไรก็จะไปก่อนข้าซ่ะแล้วจินจับศีรษะเล็กให้ลุกขึ้นมามองหยาดน้ำขาวข้นของตน ที่กำลังไหลย้อยลงมาตามแท่งเอ็นเนื้อ ที่ร่างบางไม่รู้ว่ามันแข็งแบบนี้ได้อย่างไร

จะทำอะไรหน่ะ?!...ไม่เอา......ขะ ข้า เจ็บบบคาซึยะถามเสียงดังอย่างตกใจเมื่อจินป้ายเอาสิ่งที่จินว่าอับอายนั้นไป และใช้มันเบิกทางเข้าด้านหลังด้วยสองนิ้วสากๆ

ทำไมมันคับแคบแบบนี้เล่า แล้วอย่างงี้ข้าจะเข้าไปเชยชมเจ้าได้อย่างไรกัน

อ๊ากกกกก...ร่างบางแหกปากร้องดังลั่น จนนางรับใช้ข้างนอกที่เดินผ่านไป ผ่านมาต่างตกใจในเสียงร้อง...

ร่างสูงพยายามแหวกส่วนช่องทางร้อนแดงกล่ำนั้นด้วยนิ้วชี และนิ้วกลางของทั้งสองมือ สอดเข้าไปหมดก่อนจะค่อยๆแยก แหวกออกจากกันสองทาง ขยายช่องให้เห็นไปถึงผนังเนื้อเปียกชื้นด้านใน จนหูรูดด้านนอกต้องตึงและปริเกือบขาด...

ข้าจะช่วยลดความทรมานของเจ้าเองนะ เนื้อหยุ่นๆด้านนอกคงเจ็บน่าดู...แต่ไม่เป็นไร ข้าช่วยเจ้าได้จินละมือออกมา แล้วเอื้อมไปคว้าดาบสีเงินออกจากฝักข้างตัว ก่อนจะกลับมาใช้มือข้างที่ว่างแหวกเนินเนื้อออกอีกรอบ พลางตั้งดาบขึ้น

จ...จินจะทำอะไรคาซึยะกลืนน้ำลาย หน้าขาวซีด แค่เห็นคมดาบกระทบกับแสงแดดยามบ่าย ร่างบางก็สั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว พยายามกระถดก้นกลมกลึงหนีทั้งที่ยังอยู่ในท่านอนหงาย

อึ๊กก...เรียวนิ้วที่ซุกอยู่ภายในส่วนเร้นลับ กดกระตุ้นจุดไวสัมผัส จนคาซึยะนิ่งค้าง พลางร่ำไห้สะอึกสะอื้น จินใช้จังหวะนี้ เอาดาบเงินตวัดขลิบไปที่หูรูดที่ขยายตึง เพื่อให้ต่อจากนี้ปากทางมันจะสามารถขยายออกกว้างได้อีก จนเลือดสีแดงสดไหลย้อยออกมาตามแรงโน้มถ่วงก่อนจะตกลงสู่พื้นเสื่อ จินเงื้อมือจะทำเช่นเดิมอีกรอบ ถ้าคาซึยะไม่ร้องห้ามไว้ก่อน...

อย่าๆ ได้โปรด ข้ากลัวแล้ว...ขอร้อง ฮึกๆ อย่าทำอีกเลย แสบ...แสบเหลือเกินร่างบางร้องขออย่างน่าสังเวช แต่จินก็คือจิน แม้จะเก็บดาบไว้ในฝักตามเดิมแต่ก็ยังไม่คิดที่จะล้มเลิกสิ่งที่ตั้งใจไว้

ก็ได้...แต่ตอนนี้ข้าจะเริ่มของจริงแล้วนะ แม่นาง...อย่ามาติดใจร้องขออีกรอบหล่ะเมื่อพูดจบริมฝีปากอุ่นจัดเลื่อนมาประกบดูดดื่ม และระจากปากไปสู่แก้มเนียนเรื่อทั่วใบหน้าไล่ลงมาที่ซอกคอระหงหอมกรุ่นด้วยกลิ่นกายอ่อนๆ พร้อมขบเบาๆเพื่อฝังรอย เลื่อนลงกัดเม้มคลอเคลียบนยอดอก ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ ละไปทั่ว จนมาหยุดอยู่จุดกึ่งกลางลำตัว พร้อมทั้งเคล้นคลึงหนักหน่วง เรียกหยาดน้ำขุ่นข้นได้อีกรอบ แล้วลากไล้ลงไปที่ขาอ่อนเนียนละมุ่นนุ่มมือ แผ่วเบาและยกขึ้นช้าๆ อดีตเจ้าเมืองชินจิผวาขึ้นมาสุดตัว ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆก็ถูกแทรกกายเข้ามาอย่างแรงและรวดเร็ว

อ๊าาา...ไม่นะ ปล่อยข้า จิน ไม่ ไม่นะ...เจ็บ ปล่อย!คาซึยะดีดดิ้นทั้งที่ถูกกดทับอยู่ พยายามถดถอยสะโพกกลมกลึงออกแต่ก็ถูกยึดดึงรั้งกลับมากระแทกอีกอย่างปวดร้าว จินยืดตัวขึ้นพลางดันกายเข้ามาจนสุด แนบแน่นชนิดที่อากาศยังไม่สามารถผ่านไปได้ ร่างบางกรีดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง จนคนในตำหนักตะวันออกต่างตกใจกันหมด หยุดการกระทำชั่วขณะ

หยาดน้ำใสไหลรินลงมาไม่ขาด จินจูบซับย้อนทางน้ำตา และเลื่อนลงมาจูบปิดปากกลบเสียงร้องปานจะขาดใจของคาซึยะ ผู้ถูกรุกรานเบือนหน้าหนีริมฝีปากนั้น ในขณะที่จินยังคงจูบระเรื่อยไปทั่ววงหน้างามรูปไข่ เรื่อยจนมาถึงซอกคอหอม ก่อนจะขบเม้มทำรอยแสดงความเป็นเจ้าของ

พอเถอะ...ข้าเจ็บ เมตตาข้าด้วย...ได้โปรดเมตตาเชลยคนนี้ด้วย~ คาซึยะเอ่ยเสียงแผ่วเบา จ้องไปที่ดวงตาคมกริบดุจมัจจุราช ของร่างสูง จิกเล็บลงไปที่มือตนเอง สกัดกั้นความปวดร้าวที่เหมือนร่างกายแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงของแม่นางกรีดร้องโหยหวนเมื่อจินขยับกายเข้าออกอีกครั้ง เร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆจินจูบไซ้ซอกคองาม ระเรื่อยไปใบหู ขบเม้มเบาๆ

ในเมื่อแต่ก่อน เจ้าไม่เคยเห็นใจข้า...แล้วใย ข้าจะต้องเมตตาเจ้า!การเคลื่อนไหวเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงโกรธแค้น แรงปรารถนาที่ไม่อาจมีอะไรมาหยุดยั้ง คาซึยะหวีดร้องเสียงหลง แทบจะขาดใจ นานเท่านาน ในความคิดคาซึยะ จนกระทั่งร่างสองร่างเกร็งกระตุก ปลดปล่อยความสุขสม ปนขมขื่นออกมาจนหมดสิ้น จินถอนกายออกมา สะบัดแก่นกาย แล้วยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเอื้อมมือหยิบซากชุดที่กองอยู่มาสวมลวกๆ มองต่ำลงมาที่ร่างบางซึ่งนอนหลับตาสะอื้นอยู่ ไล้สายตาไปที่สะโพกกลมกลึงที่เมื่อร่างน้อยๆหายใจ พลางขมิบตอด ก็ยังมีทางเลือดไหลออกมาพร้อมสิ่งที่จินได้จงใจปล่อยค้างไว้ภายใน จินมองอย่างสงสารอยู่พักหนึ่งจนเมื่อคาซึยะ หลุดจากภวังค์ของตนมามองจิน พลางเม้มปากแน่น

จินก็มองประสานสายตา แต่แล้วก็หันตัวกลับ เดินไปยังห้องอาบน้ำ ที่มีฉากสูงจรดเพดานกั้นไว้ ทิ้งคนตัวเล็กที่ขยับไปไหนไม่ได้ทั้งยังเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยคราบคาวๆและเลือด...

เพราะทั้งมือและข้อเท้าถูกมัดติดกันแน่นอยู่ที่พื้นกลางห้องส่วนตัวแสนโอ่งโถง

ข้าจะทำอย่างไร จินจึงจะยกโทษให้ข้า...ท่านพ่อ นี่ข้าผิดหรือท่านแม่เจ็บ...แสบเกินกว่าจะบรรยายได้ ในช่วงที่จินแทรกกายเข้ามา มันช่างทรมานเหลือเกิน...ทำไม ในเมื่อเกลียดข้านัก ไม่ปลิดชีวิตข้าด้วยดาบเล่มนั้นซะเลย...พูดพร่ำกับตัวเองก่อนจะหมดสติไป

สองใจต่างก็รัก...

แต่ ทั้งสองใจ ต่างคิดว่าอีกใจหนึ่งเกลียดตนนักหนา

แล้วแบบนี้ความรักของทั้งคู่จะมาบรรจบกันที่ใด

ระหว่างนี้ จึงได้แต่จมอยู่กับความขมขื่นที่ตนเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

จนกว่าจะพบจุดจบของรักที่แท้จริง

โปรดติดตามตอนต่อไป...

งื่อ...ไม่อยากจะแก้ตัว ที่ตัวเองมาต่อช้าไปนึ๊ดนึง

แบบว่านับนิ้วแล้วก็...สองอาทิตย์พอดิบพอดี เอ่อม

ขอโทษด้วยคะ งุงิ เขิลจัง ฮ่าๆ

อาทิยต์ก่อนมัวแต่นั่งดูแผ่นละครจีน(20 ตอน -.- )ที่ได้มาใหม่

หลงไปกับพระเอกหุ่นเฟิร์ม ขี้เก็กจนลืมแต่งฟิกหล่ะ

ไม่ได้แก้ตัวซักนิด ไม่เลยน้า~...

คอมเม้นโด๊ยน้า รักตายเลย เขิลๆ

2007/Jun/30

۞นกน้อยในกรงทอง intro ۞

Author : jpop4ever

Actors : JIN x KAME

หมายเหตุ นี่เป็นฟิคที่แต่งขึ้นเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว ชื่อสถานที่ จึงเป็นเรื่องที่สมมติขึ้นทั้งสิ้น แต่เหตุการณ์ทั้งหมด แพงอยากให้มัน เกิดขึ้นกับคู่ลัทธิจังเลย >x<

.
.
.
.

เสียงอึกทึกดังไปทั่วทุกแห่ง การต่อสู้แสนยาวนานหลายเดือนได้จบลง ด้วยชัยชนะของกรุงเฮอัน โดยผู้นำทัพคือ องค์รัชทายาท อาคานิชิ จิน...ผู้เลื่องชื่อถึงความโหดร้ายป่าเถื่อน

หลังจากมีการเปลี่ยนเจ้าเมืองครองกรุงเฮอัน ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น ก็ทำให้กรุงใกล้เคียงต้องการที่จะสู้รบเพื่อครอบครอง...และหนึ่งในนั้นก็คือกรุงเฮอัน

ฮึกๆ เราขอโทษ...ขอโทษ ท่านอำมาตย์...ที่เราทำอะไรไม่ได้ เราไม่เหมาะจะเป็นเจ้าครองเมืองชินจิจริงๆ เรามันอ่อนแอ...ร่างบอบบางนั่งสะอึกสะอื้นอยู่ในท้องพระโรงเพียงคนเดียว ร่ำไห้ถึงความสูญเสียกำลังไพร่พล และเมือง ที่พ่อของตนเคยปกปักรักษามาตลอดชีวิตของท่าน จนเมื่อไม่นานท่านได้สิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหันเพราะโรคร้ายที่คอยรุมเร้ามานาน

ตาเรียวสวยสีอำพัน ลอดมองผ่านหน้าต่างลงไป เห็นถึงสภาพการเปลี่ยนแปลง จากเมืองที่แต่ก่อนเคยสงบสุข มาบัดนี้ต้องล่มสลายด้วยน้ำมือของผู้ที่โลภมาก อยากได้เฮอันไปเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตน...

ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ทั้งทหาร ผู้หญิงและเด็ก ต่างก็สู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย แต่ตัวเรา...กลับหลบอยู่ในวัง ช่างขลาดเขลานัก ร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะไปสู้รบกับกองทัพ ได้แต่คอยมองเอาใจช่วยอยู่ในนี้

พอเอ่ยปากจะไปสู้ด้วย ก็โดนอำมาตย์และทหารคนสนิทเอ่ยปากห้ามไว้ แล้วกรูกัน มือนึงจับดาบ อีกมือก็ถือโล่ออกไป...จนในท้องพระโรงเหลือแต่ตนผู้เดียว

เหมือนพระเจ้าลงโทษที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงทำให้เห็นแต่ผู้คนฝ่ายตน ล้มตายไปทีละคนสองคน ทำไมกัน...ทำไมจึงโหดร้ายถึงเพียงนี้

ยืนลูบผมดำขลับที่ยาวสยายถึงกลางหลังอันเป็นกิริยาที่บ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยตัดสั้นไปกว่าต้นคองามระหงเลย อาจจะเป็นเพราะคำสาปติดตัวหรือกะไร ที่เมื่อจะปลงผมให้สั้นเหมือนชายหนุ่มทั่วไป ไข้พิษร้ายก็จะรุมทำให้นอนทรมานไปหลายวัน

กึก...

คนตัวเล็กหันขวับไปที่ต้นเสียง แล้วก็ต้องประจักถึงร่างสูงใหญ่ กำยำของผู้บุกรุก ใบหน้าและเครื่องแต่งกายมีเลือดสาดกระเซ็น นัยน์ตาดุร้าย เหมือนเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะอยู่ตรงหน้า ทำให้คนที่ถูกจับจ้องสั่นคลอนโดยไม่รู้ตัว แขนขาขยับไม่ได้ไปชั่วขณะ

ข้ามารับตัวเจ้า...อดีตเจ้าเมืองชินจิ ที่ตอนนี้ล่มสลายด้วยน้ำมือข้า หึหึคิ้วเรียวขมวดมุ่น เมื่อผู้บุกรุกไม่ได้มาเพียงลำพัง กลับมีทหารอีกหลายคนที่ตามหลังมา

อาคานิชิ...ร่างบางเริ่มสอดส่ายหาทางหลบหนี แต่ความหวังนั้นเริ่มริบหรี่ เมื่ออยู่ๆ คนที่ยืนอยู่หน้าตน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วมายืนประชิดอยู่ข้างหลังร่างบาง

คิดหนีรึ?...ง่ายไปหน่อยไหม แต่ถึงเจ้าจะหนี ก็คงไปไม่พ้นประตูนี้หรอก...ท่านอดีตเจ้าเมือง คาเมนาชิ คาซึยะหลังจากใช้ดาบชี้ไปที่ประตูอันเป็นทางออกเพียงทางเดียว ที่ไม่โดนทหารจากกรุงเฮอันล้อมไว้ จินก็ก้มลงกระซิบด้วยเสียงแหบต่ำ ย้ำถึงฐานะของอีกฝ่าย

เอาหล่ะ ข้าขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน เจ้าจะได้ฟังข้อเสนอของข้า...อื้ม ตัวเจ้านี่หอมเหมือนเดิมจริงๆจินถือโอกาสสูดดมกลิ่นกายคนตรงหน้า พร้อมทั้งโอบกอดโดยไม่สะทกสะท้าน ถึงการขัดขืนของร่างในอ้อมกอด

ตอนนี้ข้าไม่ใช่อาคานิชิ คนที่เจ้าเคยรู้จักอีกแล้ว...คนนั้นมันตายไปตั้งแต่ตอนที่มีใครคนหนึ่งปฏิเสธรัก ที่มันคิดว่าเป็นสิ่งที่งดงาม มีค่าที่สุดในชีวิตแล้ว...หึ ข้าในตอนนี้เป็นรัชทายาทกรุงเฮอัน ไม่ใช่หนุ่มบ้ารักที่ไหนอีกแล้ว!ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่หัวใจของจินกลับเจ็บแปลบๆ ที่เลือกมาโจมตีเมืองนี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะมีคนๆนี้อยู่หรือ ไม่ใช่ว่าเพราะอยากจับเชลยผู้สูงศักดิ์นี่ไปลงโทษให้สาสมกับที่เคยปฏิเสธรักตน จนต้องกลายมาเป็นคนไร้หัวใจวันๆเอาแต่ระบายด้วยการฝึกฝนด้านการรบหรือ

ไม่ใช่นะอาคานิชิ...เราแค่คิดว่า รักระหว่างเพศเดียวกันมันไม่มีทางเป็นไปได้ ตอนนั้นพวกเราเป็นถึงว่าที่รัชทายาทด้วยกันทั้งคู่ มันไม่เหมาะสม...แถมเราสองคนก็ยังเด็ก....อ๊ะ!เจ็บนะ ฮึกกร่างบางพยายามอธิบายให้จินเข้าใจถึงตอนที่ตนเคยบอกปัดรัก แต่ยิ่งบอกเหมือนยิ่งเป็นการแก้ตัว จนจินทนไม่ไหวเอื้อมมือทั้งสองไปครอบครองบริเวณคอระหง จัดการบีบโดยแรง คาซึยะเริ่มหน้าแดง

ข้าไม่คิดว่าคำแก้ตัวของเจ้า จะทำให้ความตั้งใจของข้าในตอนนี้เปลี่ยนได้...เมื่อนัยน์ตาเรียวเล็กเริ่มมีน้ำตาคลอ จินก็คลายแรงบีบลง ปล่อยมือ แล้วร่างบางก็ลงไปนอนหอบหายใจพลางไอแค่กๆอยู่บนพื้นหินอ่อนสีขาว ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนานัก แต่คงไม่ใช่ในสายตาจินแน่

ต่อแต่นี้ไป เมืองเจ้าได้ตกเป็นของเฮอันแล้ว...และเจ้าจินก้มลงมองอย่างเหยียดยัน

ก็ต้องเป็นของข้าเช่นเดียวกัน...คาซึยะ คนที่ข้าเคยรัก จงรอรับการทรมานจากข้าได้เลย

น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้...อะไรกัน ทั้งที่ตนก็เคยรัก แต่เพราะฐานะ หน้าที่มันค้ำคอ จึงต้องปฏิเสธไปเช่นนั้นในตอนนั้น ไม่คิดว่าความรักในวัยเด็กของจิน จะมากมายและได้เปลี่ยนเป็นความแค้นมาจนถึงบัดนี้...

......................................................................................................

คาซึยะ ข้ามาแล้ว ออกมาเล่นกันเถอะเด็กผู้ชายร่างท้วม อายุย่างเข้าสิบหกปี ยืนแอบๆ อยู่ตรงหน้าประตู พระตำหนักเล็กอันเป็นที่ประทับของว่าที่องค์รัชทายาทคนต่อไปของกรุงชินจิ มือขาวอวบๆ กวักเรียกเจ้าของชื่อให้มาเล่นด้วยกัน

จินนนน เราคิดถึงจังเลยใบหน้ารูปไข่งดงาม โผล่ออกมาตรงช่องประตูที่ถูกเปิดแง้มๆเอาไว้ แล้วคลานๆลงไปยืนในระดับเดียวกับจิน พลางเอื้อมมือกอดให้สมกับคำว่าคิดถึง เด็กร่างท้วมจึงได้ที ถือโอกาสสูดดมความหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กจากร่างบาง

เอ๊ะ...นี่จินหนีท่านน้ามาอีกแล้วเหรอคาซึยะผละออกมา แล้วยืนเท้าสะเอว เบะปาก

อื้ม ก็ข้าอยากเจอคาซึยะหนิ ทำไมจะมาไม่ได้ เมืองเราก็ใกล้กันแค่เนี๊ยเอง แถมตอนนี้ข้าขี่ม้าเป็นแล้วด้วย จะยากอะไรคนพูดทำท่ากอดอก เหมือนภูมิใจ

นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสอบสวนข้านะ ไปเล่นกันเถอะ คาซึยะ วันนี้ข้ามีอะไรจะบอกเจ้าด้วย ไปๆร่างบางแอบอมยิ้มเขิลๆ เมื่อข้อมือเล็ก ถูกมืออวบๆกอบกุม พาไปยังม้าสีดำสง่า ที่ยืนเล็มหญ้าอยู่ โดยมีทหารยามเฝ้ามองไม่ห่าง

คุณหนูจะไปไหนกันขอรับ?

ไปทะเลสาบไคชิหน่ะ เดี๋ยวเย็นๆข้าจะพาคาซึยะมาส่งเอง ไม่ต้องตามมาด้วย

.
.

คาซึยะที่นั่งอยู่บนหลังม้ากับจิน หันไปมองข้างหลังแล้วก็ส่ายหัว นี่ขนาดบอกไม่ให้ตามนะ ยังต้องมีขบวนพลม้าองครักษ์อีกสิบนาย แล้วร่างบางก็เหลือบสายตาไปสบกับใบหน้าของอีกคนข้างหลังตน จินคงเริ่มจะโตเป็นหนุ่มแล้ว ถึงมีไรหนวดขึ้น แล้วดูข้าซิ...เกิดมาเป็นผู้ชายแท้ๆ กลับไม่มีส่วนไหน บ่งบอกได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพศชาย...

ยิ่งจ้องสำรวจโครงหน้าคมนานๆ ใบหน้าคาซึยะก็ซับสีเลือดขึ้นมาเฉยๆ จึงเลือกที่จะก้มหน้างุดๆ เอนพิงอกของจินแทน

คาซึยะ ทะเลสาบไคชิหน่ะ ข้าได้ยินมาว่าข้างๆ มีทุ่งดอกไม้ขึ้นอยู่ด้วยหลังจากฤดูหนาวเดือนที่แล้ว ข้าอยากพาเจ้าไปดูด้วยกัน เจ้าน่าจะชอบจินก้มลงมายิ้มให้กับร่างที่อิงแอบอยู่กับอกตน

ถ้าจินเห็นว่าสวย เราก็ว่าสวยแหละ คิคิคาซึยะลูบใบหน้าตนเอง...วันนี้เป็นอะไร ทำไมหน้าแดงบ่อยจริงๆเลย

ไม่นานก็มาถึงทะเลสาบไคชิ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่กั้นพรมแดนระหว่างกรุงเฮอันกับชินจิ ผืนน้ำกระเพื่อมเป็นระรอกๆ เมื่อมีลมแรงๆพัดผ่าน จินลงจากหลังม้า แล้วจึงอุ้มร่างเบาหวิวของคาซึยะลงมายืนคู่กัน สายตาทั้งคู่จ้องไปที่ทะเลสาบตรงหน้า

รู้งี้ เราเอาชุดมาผลัดเปลี่ยนด้วยดีกว่า น้ำน่าเล่นจังแต่อยู่ๆมือเล็กก็ถูกดึงให้ไปตามแรง พาไปทุ่งดอกไม้ข้างๆทะเลสาบไคชิ

เจ้าก็รู้ว่าตัวเองสุขภาพไม่แข็งแรง แล้วยังจะเล่นอีก ถ้าเจ้าไม่สบายขึ้นมา รับรอง คราวนี้เราสองคนอดออกมาอีกแน่ๆร่างบางยู่ปากไม่พอใจ ทึ้งตาใส่จิน เดินเลี่ยงไปดูดอกไม้ ทำเหมือนกับว่ามันน่าสนใจนักหนา

สวยใช่ไหม แต่ข้าว่า...ดอกไม้พวกนี้ งามสู้เจ้าไม่ได้ซักดอกเลย คาซึยะ

.
.
.

มีแต่ความเงียบเข้าครอบครอง หูได้ยินแค่เสียงลมหวิวๆ และเสียงม้า ของพวกองครักษ์ที่เฝ้าคุ้มครองอยู่ไม่ห่าง

คาซึยะ...

...............

คาซึยะ...ข้ารักเจ้าร่างบางพอได้ยินดังนั้น ก็หันขวับมาหา พลางส่งสายเป็นเชิงไม่เข้าใจ

ระ...เรา เอ่อ เราอยากจะบอกออกไปว่า ความรู้สึกในใจของตนก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้าบอกไปแล้ว สิ่งที่ตามมาหล่ะ

ว่าที่องค์รัชทายาททั้งสอง ต่างยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง

คนหนึ่งรอคำตอบ...ส่วนอีกคนหนึ่งกำลังขบคิดหาคำตอบ และนาทีต่อมา จินก็ก้มหน้าลงพื้นดิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้น มองคาซึยะด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

ข้าเข้าใจละ เจ้าไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้นปลายเสียงสั่น พยายามที่จะทำตัวเข้มแข็ง สาวเท้าเดินกลับไปที่ม้าของตน

เดี๋ยวๆ รอเราด้วย จิน!

หยุดอยู่ตรงนั้น!!! คำตอบของเจ้า ข้าก็รู้อยู่...อ้อ ข้าขอโทษที่ไปส่งเจ้าไม่ได้ พอดีข้าพึ่งนึกขึ้นได้ ว่าต้องรีบกลับไปเรียน เจ้ากลับกับองครักษ์พวกนี้แล้วกัน...ลาก่อน ที่รักของข้าแล้วจินก็ควบม้าหายลับไป นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่คาซึยะได้เจอจิน

ฮึกก...จะให้เราทำยังไง จิน พวกเราต่างก็มีหน้าที่ๆต้องทำ ต่อไปภายภาคหน้า เจ้าก็ต้องแต่งงาน เพื่อหาทายาท...เราเองก็เช่นกัน ไม่มีวันหรอก ที่เจ้ากับเราจะได้ครองรักกันธารน้ำตาไหลรินอาบแก้มขาวนวล มองไปทางที่ร่างของจินจากไป

.
.
.

หลังจากจินลั่นคำที่แสนโหดร้ายนั่น ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่จินบอกจริงๆ คาซึยะถูกฉุดกระชากให้ลุกขึ้น เดินตามจินไปยังกองทัพม้าที่ร่างสูงใช้มาสู้รบแย่งชิงอาณาจักรชินจิ ร่างบางเดินก้มหน้ามาตลอดทาง ไม่กล้าเงยขึ้นมองสภาพบ้านเมืองของตน แต่เหมือนจินจะรู้ จึงหยุดเดินแล้วเชยคางมนขึ้น

ถึงขนาดไม่กล้ามองเลยเหรอ เมืองที่ล้มสลายด้วยน้ำมือเจ้าหน่ะ ท่านลุงจะเป็นเช่นไรนะ จะกริ้วรึเปล่าที่ลูกผู้อ่อนแอทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด ฮ่ะๆ...เพี๊ยะมือขาวฟาดผ่านใบหน้าหล่อเจ้าเสน่ห์ของคนที่พูดจะเย้ยหยัน จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมากเกินไปแล้ว จินคนเก่า เด็กร่างท้วมของคาซึยะนั่นหายไปไหน

ข้าเกลียดท่าน!เหมือนเวลาหยุดเดิน จินที่ไม่คิดอยากจะได้ยินถ้อยคำนี้ และไม่เคยคิดจะได้ยินจากปากรูปกระจับ คนพูดกระสับกระส่าย ตาไหวระริกอย่างหวาดกลัว พอสบกับดวงตาดำสนิทของจินที่แข็งกร้าวขึ้นมาเฉยๆ

ดี เกลียดให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน เพราะแต่นี้ไป ข้าคงให้เจ้าได้แค่ฐานะ..เชลยหางเสียงแผ่วหวิว รู้ตัวแล้วว่ารักมาก มากจนไม่สามารถตัดใจได้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เมื่อมาได้ยินคำว่าเกลียด ของคนที่ตนรัก

เชลยเหรอ...ใครกันแน่ ที่จะตกเป็นเชลย หึ แต่ก็ดี ยิ่งเจ้าเกลียดข้า ข้าก็จะทรมานเจ้าให้ถึงที่สุด ให้สมกับที่ข้าเคยเจ็บกับความรักของข้าที่มีให้เจ้า...ตลอดมา

สองหัวใจ...ที่ผูกพัน

สองหัวใจ...ที่ยังคงมีเยื่อใยแห่งความรัก

สองหัวใจ...ที่แตกสลายเพราะคำๆเดียว

หนึ่งหัวใจ...ที่เต็มไปด้วยคำว่ารักสุดหัวใจ

และ...

หนึ่งหัวใจ...ที่เต็มไปด้วยคำว่าเกลียดสุดหัวใจ

TO BE CON